มาม่าช่วยชีวิต
ป่วยมาก็หลายวัน และวันนี้อาการมันก็ยังอยู่ แต่เริ่มฟืดฟาดมากมาย มาถึงที่ทำงานก็เดินหายาลดไข้ก่อนเลย อันที่จริงก็เริ่มกินมาตั้งแต่สองวันก่อน พอมาทำงาน อาการมันยิ่งฟ้อง
กำลังหายากินอยู่เลย เจ๊มดกวักมือเรียก ยิ้มแย้มมาเชียว นึกว่ามีเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องที่หยุดงานเมื่อวันศุกร์โดยที่ไม่เขียนใบลาไว้ก่อน เจ๊น้องโวยวายทิ้งไว้ เราก็บอกไป แจ้งแล้ว
ไม่คิดมาก แต่ก็ได้รับรู้ว่า ความเงียบข้างกายมีภัยร้ายแฝงอยู่ จะได้ระวังตัวไว้ รู้ตัวมานานแล้วว่าทำงานกับงูร้าย ดงอสรพิษ จะไปกลัวมันทำไม เราเองก็งูร้ายแว้งกัดได้พอกัน
งานหลักจบไป งานรองเข้ามา มันเลยทำงานได้อย่างสบายอารมณ์ ไม่เครียด ไม่กดดัน เก็บนั้นทำนี่ สะสาง เคลียร์งาน น่าจะเป็นอารมณ์ของการกลับจากหยุดยาว มันมีพลัง
วันนี้พี่เดียร์ไม่มาเลยกินข้าวเที่ยงที่เหลือคาหม้อ ไม่ออกไปไหนดีกว่า ป่วย เงินทองก็แบมือดู มีไม่ถึงสามสิบบาทเลย ไม่เป็นไรเดียวตอนเย็นไปกดออกมาจากเคทีซี น่าจะพอมี เราจ่ายไปแล้ว
แวะกดเงินตามแผน กดไม่ได้ เดินคอตกออกมาเลย เงินในตัวมีแค่สิบห้าบาท อาหารหมาก็หมด เงินก็กดไม่ได้ จะยืมเงินยุทธก็เกรงใจ โทรไปก็ไม่กล้าบอก เห็นว่าจะไปนวดๆ
เดินวนไปวนกลับ ลองหาวิธีอยู่หลายต่อหลายรอบ เริ่มถอดใจ นั่งมันริมลาดจอดรถกดโทรหาเพื่อนดีกว่า แก้เครียดหน่อย แล้วก็ตัดใจเดินกลับห้อง ว่าจะไปเอาเงินทอนค่าห้อง ห้าสิบบาท
ปิด แต่ก็ยังเห็นคนดูแล แต่ปากก็ไม่กล้าเอ่ย ทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วขึ้นห้อง คนก็อด หมาก็อด สิบห้าบาทจะซื้อลูกชิ้นเลี้ยงหมา ก็ไม่มาขาย เปิดตู้เย็นยุทธเจอสิ่งมีค่าที่ยุทธมันทิ้งไว้ มาม่า
ฉีกให้หมามันกินสามซองรวด กินไม่ได้ก็ต้องกิน คนชงกินตามสองซอง ถือว่ารอดไปได้อีกวันอย่างฉิวเฉียด คนมั่งมี เขาคงไม่มีเรื่องราวบ้าๆแบบนี้มาให้จดจำแน่นอน อ่านแล้วแทบจะ..ไม่เชื่อ
|